Gaultier 2 by Jean Paul Gaultier

น้ำหอมตัวนี้มีขวดเป็นทรงสี่เหลี่ยมแบน ตัวขวดเป็นแก้วหนาใสดูเรียบร้อย โดยที่ด้านหลังของขวดจะ มีแผ่นเหล็กสีทองผิวด้านติดประดับอยู่ซึ่งช่วยเพิ่มความรู้สึกที่ดูแข็งแกร่งให้กับตัวขวดน้ำหอมได้ อย่างชัดเจน

 

 

น้ำหอม Gaultier2 นี้เป็นผลงานของบริษัทผู้ออกแบบแฟชั่น Jean Paul Gaultier จากประเทศ ฝรั่งเศส โดยเป็นน้ำหอมประเภท EDP แบบ Unisex ซึ่งมีลักษณะของโทนกลิ่นที่เน้นความหวานในแบบ Gourmand Note หรือโทนกลิ่นหวานแบบขนมเป็นหลักผสานด้วยโทนกลิ่นหอมเรียบ หรูแบบ Powdery Note ที่เป็นกลิ่นคล้ายแป้งหอมแฝงด้วยความรู้สึกอบอุ่น โทนสีของน้ำหอมเป็นสีส้มแกมน้ำตาลให้ความรู้สึกที่ร้อนแรงดูน่าสนใจใน ตัวขวดที่เป็นแก้วทรงสี่เหลี่ยมที่ดูหรูหราและโดดเด่น

ส่วนผสมกลิ่น
วนิลา, ยางไม้หอม และ Musk

ผู้สร้างสรรกลิ่น
นักปรุงน้ำหอม Francis Kurkdjian จากบริษัทผลิตกลิ่นและรสชาติ Quest International

แนวคิดแรงบันดาลใจ
“for a skin-to-skin encounter” that “reunites masculine and feminine through the most intimate human feature: sensual skin”
“เพื่อการพบเจอกันระหว่างผิวสัมผัสต่อผิวสัมผัสอันแสดงถึงการกลับมารวมเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างใกล้ชิดของชายและหญิงที่ได้สื่อออกมาผ่านทางการสัมผัสกันของผิวกายที่นุ่มนวลและลึกซึ้ง”

ลักษณะตัวขวด
น้ำหอมตัวนี้มีขวดเป็นทรงสี่เหลี่ยมแบน ตัวขวดเป็นแก้วหนาใสดูเรียบร้อย โดยที่ด้านหลังของขวดจะ มีแผ่นเหล็กสีทองผิวด้านติดประดับอยู่ซึ่งช่วยเพิ่มความรู้สึกที่ดูแข็งแกร่งให้กับตัวขวดน้ำหอมได้ อย่างชัดเจน ในส่วนของการใช้สีนั้นตัวฝาปิดทรงกระบอกสี่เหลี่ยมและแผ่นเหล็กที่ประดับอยู่ด้านหลัง ของตัวขวดจะเป็นเหล็กผิวเรียบด้านที่มีสีทองสว่างซึ่งช่วยทำให้สีของน้ำหอมที่เป็นสีออกส้มแกมน้ำ ตาลดูโดดเด่นและเพิ่มความรู้สึกที่หรูหราให้กับขวดน้ำหอมตัวนี้ได้อีกด้วย

รูปแบบกลิ่น
เมื่อพิจารณาในด้านของลักษณะกลิ่นแล้วน้ำหอม Gaultier2 นี้ถือเป็นน้ำหอมในโทนกลิ่นหวานแบบ Gourmand ที่น่าสนใจอีกตัวหนึ่งซึ่งสามารถแสดงถึงการผสมผสานที่ลงตัวของกลิ่นหอมที่ให้ความ รู้สึกที่หวานอย่างนุ่มนวลและอบอุ่นของกลิ่นวนิลาที่เข้มข้นออกมาได้อย่างชัดเจนและเมื่อนำมาผสานกับโทนกลิ่นที่หอมเรียบหรูของยางไม้หอมซึ่งจะให้กลิ่นที่คล้ายกับแป้งหอมซึ่งช่วยเพิ่มความรู้สึกที่ นุ่มนวลให้กับโทนกลิ่นของน้ำหอมตัวนี้ได้เป็นอย่างดีจนทำให้น้ำหอมตัวนี้น่าจะเป็นน้ำหอมอีกหนึ่งตัว ที่เหมาะกับสำหรับผู้ที่ชื่นชอบในโทนกลิ่นแบบหวานอบอุ่นเป็นอย่างมาก ในส่วนของกลิ่น Musk ที่ ผสมลงไปนั้นก็ได้ช่วยเพิ่มความรู้สึกที่อบอุ่นให้กับน้ำหอมตัวได้เช่นกัน

 

 

ในมุมมองการสร้างสรรกลิ่นของน้ำหอมตัวนี้นั้นทางบริษัท Jean Paul ได้ทำการสร้างสรรค์กลิ่นของ น้ำหอมตัวนี้ในแบบกลิ่นเดี่ยวซึ่งหมายถึงว่าน้ำหอมตัวนี้จะมีกลิ่นที่คงเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลงไป ตามช่วงเวลาเหมือนกับน้ำหอมทั่วไปที่มีการเปลี่ยนแปลงของกลิ่นเป็น 3 ช่วงซึ่งก็คือกลิ่นของ Top Note, Heart Note และ Base Note นั้นเอง อีกทั้งยังช่วยให้น้ำหอมตัวนี้มีกลิ่นที่เข้มข้นและทนนาน สมกับคุณภาพในระดับน้ำหอม EDPและเนื่องจากมีโทนกลิ่นที่นุ่มนวลจึงเป็นน้ำหอมที่สามารถนำมาใช้ได้ในหลากหลายโอกาสอีกด้วย ถึงแม้ว่าน้ำหอมตัวนี้จะผลิตออกมาในรูปแบบน้ำหอม Unisex แต่เนื่องจากมีโทนกลิ่นที่โดดเด่นไปในแบบโทนกลิ่นหวานอย่างเดียวซึ่งอาจทำให้โทนกลิ่นของน้ำหอมตัวนี้อาจไม่ค่อยเป็นที่น่าประทับ ใจในกลุ่มลูกค้าผู้ชายนัก

ราคา
ราคาของน้ำหอมตัวนี้อยู่ในระดับราคาประมาณ 3500 บาทสำหรับขนาด 40 ml ซึ่งถือว่าเป็นระดับ ราคาที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับน้ำหอมทั่วไปในท้องตลาด แต่สำหรับผู้สนใจจะทดลองใช้หรือผู้ชื่น ชอบน้ำหอมโทนกลิ่นหวานรวมไปถึงเหล่าผู้ชื่น ชอบน้ำหอมในชุด Gaultier แล้วน้ำหอมตัวนี้ก็ถือได้ว่าเป็นน้ำหอมคุณภาพที่คุ้มค่ากับการซื้ออีกตัวหนึ่ง

 

น้ำหอม Gaultier2 นี้เป็นผลงานของบริษัทผู้ออกแบบแฟชั่น Jean Paul Gaultier จากประเทศ ฝรั่งเศส โดยเป็นน้ำหอมประเภท EDP แบบ Unisex ซึ่งมีลักษณะของโทนกลิ่นที่เน้นความหวานในแบบ Gourmand Note หรือโทนกลิ่นหวานแบบขนมเป็นหลักผสานด้วยโทนกลิ่นหอมเรียบ หรูแบบ Powdery Note ที่เป็นกลิ่นคล้ายแป้งหอมแฝงด้วยความรู้สึกอบอุ่น โทนสีของน้ำหอมเป็นสีส้มแกมน้ำตาลให้ความรู้สึกที่ร้อนแรงดูน่าสนใจใน ตัวขวดที่เป็นแก้วทรงสี่เหลี่ยมที่ดูหรูหราและโดดเด่น

ส่วนผสมกลิ่น
วนิลา, ยางไม้หอม และ Musk

ผู้สร้างสรรกลิ่น
นักปรุงน้ำหอม Francis Kurkdjian จากบริษัทผลิตกลิ่นและรสชาติ Quest International

แนวคิดแรงบันดาลใจ
“for a skin-to-skin encounter” that “reunites masculine and feminine through the most intimate human feature: sensual skin”
“เพื่อการพบเจอกันระหว่างผิวสัมผัสต่อผิวสัมผัสอันแสดงถึงการกลับมารวมเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างใกล้ชิดของชายและหญิงที่ได้สื่อออกมาผ่านทางการสัมผัสกันของผิวกายที่นุ่มนวลและลึกซึ้ง”

ลักษณะตัวขวด
น้ำหอมตัวนี้มีขวดเป็นทรงสี่เหลี่ยมแบน ตัวขวดเป็นแก้วหนาใสดูเรียบร้อย โดยที่ด้านหลังของขวดจะ มีแผ่นเหล็กสีทองผิวด้านติดประดับอยู่ซึ่งช่วยเพิ่มความรู้สึกที่ดูแข็งแกร่งให้กับตัวขวดน้ำหอมได้ อย่างชัดเจน ในส่วนของการใช้สีนั้นตัวฝาปิดทรงกระบอกสี่เหลี่ยมและแผ่นเหล็กที่ประดับอยู่ด้านหลัง ของตัวขวดจะเป็นเหล็กผิวเรียบด้านที่มีสีทองสว่างซึ่งช่วยทำให้สีของน้ำหอมที่เป็นสีออกส้มแกมน้ำ ตาลดูโดดเด่นและเพิ่มความรู้สึกที่หรูหราให้กับขวดน้ำหอมตัวนี้ได้อีกด้วย

รูปแบบกลิ่น
เมื่อพิจารณาในด้านของลักษณะกลิ่นแล้วน้ำหอม Gaultier2 นี้ถือเป็นน้ำหอมในโทนกลิ่นหวานแบบ Gourmand ที่น่าสนใจอีกตัวหนึ่งซึ่งสามารถแสดงถึงการผสมผสานที่ลงตัวของกลิ่นหอมที่ให้ความ รู้สึกที่หวานอย่างนุ่มนวลและอบอุ่นของกลิ่นวนิลาที่เข้มข้นออกมาได้อย่างชัดเจนและเมื่อนำมาผสานกับโทนกลิ่นที่หอมเรียบหรูของยางไม้หอมซึ่งจะให้กลิ่นที่คล้ายกับแป้งหอมซึ่งช่วยเพิ่มความรู้สึกที่ นุ่มนวลให้กับโทนกลิ่นของน้ำหอมตัวนี้ได้เป็นอย่างดีจนทำให้น้ำหอมตัวนี้น่าจะเป็นน้ำหอมอีกหนึ่งตัว ที่เหมาะกับสำหรับผู้ที่ชื่นชอบในโทนกลิ่นแบบหวานอบอุ่นเป็นอย่างมาก ในส่วนของกลิ่น Musk ที่ ผสมลงไปนั้นก็ได้ช่วยเพิ่มความรู้สึกที่อบอุ่นให้กับน้ำหอมตัวได้เช่นกัน

 

 

ในมุมมองการสร้างสรรกลิ่นของน้ำหอมตัวนี้นั้นทางบริษัท Jean Paul ได้ทำการสร้างสรรค์กลิ่นของ น้ำหอมตัวนี้ในแบบกลิ่นเดี่ยวซึ่งหมายถึงว่าน้ำหอมตัวนี้จะมีกลิ่นที่คงเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลงไป ตามช่วงเวลาเหมือนกับน้ำหอมทั่วไปที่มีการเปลี่ยนแปลงของกลิ่นเป็น 3 ช่วงซึ่งก็คือกลิ่นของ Top Note, Heart Note และ Base Note นั้นเอง อีกทั้งยังช่วยให้น้ำหอมตัวนี้มีกลิ่นที่เข้มข้นและทนนาน สมกับคุณภาพในระดับน้ำหอม EDPและเนื่องจากมีโทนกลิ่นที่นุ่มนวลจึงเป็นน้ำหอมที่สามารถนำมาใช้ได้ในหลากหลายโอกาสอีกด้วย ถึงแม้ว่าน้ำหอมตัวนี้จะผลิตออกมาในรูปแบบน้ำหอม Unisex แต่เนื่องจากมีโทนกลิ่นที่โดดเด่นไปในแบบโทนกลิ่นหวานอย่างเดียวซึ่งอาจทำให้โทนกลิ่นของน้ำหอมตัวนี้อาจไม่ค่อยเป็นที่น่าประทับ ใจในกลุ่มลูกค้าผู้ชายนัก

ราคา
ราคาของน้ำหอมตัวนี้อยู่ในระดับราคาประมาณ 3500 บาทสำหรับขนาด 40 ml ซึ่งถือว่าเป็นระดับ ราคาที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับน้ำหอมทั่วไปในท้องตลาด แต่สำหรับผู้สนใจจะทดลองใช้หรือผู้ชื่น ชอบน้ำหอมโทนกลิ่นหวานรวมไปถึงเหล่าผู้ชื่น ชอบน้ำหอมในชุด Gaultier แล้วน้ำหอมตัวนี้ก็ถือได้ว่าเป็นน้ำหอมคุณภาพที่คุ้มค่ากับการซื้ออีกตัวหนึ่ง